ให้สินสอดแล้วเอาคืน

ให้สินสอดแล้วเอาคืน

เรื่องง่ายๆ ที่เหมือนไม่มีอะไร ยกตัวอย่างเหตุการณ์

งานแต่งที่ใครๆ ต่างถวิลหา ขอให้ได้แต่งสักสอง เฮ้ยครั้งเดียวในชีวิต

ผู้บ่าวรูปหล่อ ถือขันหมาก ใส่สินสอดทองหมั้นมาเต็มขัน เจ้าสาวรูปงามยิ้ม ยืนบิดแล้วบิดอีก ถ้าเป็นผ้าก็แห้งโดยไม่ต้องตาก เพราะบิดจนแห้งสนิท

เจ้าบ่าวรูปหล่อ วางขันหมากลง แล้วก็ประกอบพิธีจนเสร็จแล้ว สวมแหวน มอบสินสอด จนจบงาน

เข้าหอ จนเหตุการณ์น่าจะราบรื่น แต่เดี๋ยวก่อน

วันต่อมา เจ้าบ่าว ถามว่าเมื่อไร พ่อและแม่เจ้าสาวจะยกที่ดินที่อ้างว่าจะให้เป็นสินสมรสแก่ตนในฐานะหัวหน้าครอบครัว

พ่อแม่เจ้าสาว บอกปฏิเสธ ไม่ให้ ไปหาเอาเองเพราะโตๆกันแล้ว ไม่เคยบอกว่าจะให้ แค่บอกว่าน่าจะให้เท่านั้น

ด้วยความโมโห เจ้าบ่าวเดินเข้าห้องพ่อแม่เจ้าสาว คว้าเอา สินสอดทองหมั้น ออกไป บอกว่า งั้นนี้ก็ของผม ผมเอาคืน

และแล้ว ความสัมพันธ์ก็สิ้นสุดลง แต่คนละกรณีกับ คู่รักถูกหวย

พ่อแม่พร้อมเจ้าสาวไปแจ้งความ ว่าเจ้าบ่าวลักทรัพย์

เจ้าบ่าวกระหยิ่มยิ้มย่อง จะลักได้ไง มันของๆ ผม

แต่หารู้ไม่ว่าพ่อแม่เจ้าบ่าวเค้ารู้ว่า ศาลฎีกา เคยตัดสินว่า

“ฎีกาที่ ๗๘๖๘/๒๕๖๐ ไม่ว่าสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือทองคำ จะเป็นสินสอดหรือของหมั้นหรือไม่ก็ตาม แต่ฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายชายส่งมอบให้แก่ฝ่ายโจทก์ร่วมยึดถือครอบครองอันเป็นการยกให้ในวันพิธีสมรสแล้ว จำเลยไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามฟ้อง หากจำเลยเห็นว่าฝ่ายโจทก์ร่วมไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างไร ก็ชอบที่จะใช้สิทธิ์เรียกร้องฟ้องคดีทางแพ่งเพื่อเรียกทรัพย์คืน หามีสิทธิ์ฉกฉวยเอาทรัพย์มาโดยพละการไม่ การที่จำเลยหยิบไปต่อหน้าโจทก์ร่วมขณะโต้เถียงกัน เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง จึงเป็นการลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้าอันเป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา”

ท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ คงพอจะทราบชะตาของเจ้าบ่าวแสนซื่อ.. ที่กลัาทิ้งครอบครัว เพียงเพราะไม่ได้ดังใจ ที่ไม่ได้รับที่ดินเป็นสินสมรส

มีอะไรก็ค่อยๆพูด ค่อยๆจา อย่าหักหารน้ำใจของอีกฝ่ายด้วยการทำแบบนี้เลย ยังไง ครอบครัวก็มีค่ามากกว่าทรัพย์สมบัติมากมายครับ

ปรึกษาทนายโทร ๐๘๐๒๗๖๗๕๕๕ ทนายคิวครับ

Facebook Comments