ทนายความทำอะไร ในคดีแพ่ง

conclusion-of-the-contract-3100563_640

ทนายความทำอะไรบ้าง ในคดีแพ่ง

เนื่องด้วยหลายๆครั้ง ที่ทางทนายความได้รับการขอปรึกษาในทางคดี แต่ผู้ถามยังไม่เข้าใจว่า ทำใมถึงแจ้งตำรวจไม่ได้ ทำใมตำรวจไม่รับแจ้ง ก็เพราะบางที มันก็ไม่ใช่งานของเค้า แต่เป็นหน้าที่ของเราในการดำเนินการเอง เพราะเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญาตำรวจมีหน้าที่รับแจ้งในทางอาญา   ยกตัวอย่างเช่น

กรณีการเล่นแชร์

ซึ่งมีถามมาเกือบทุกวัน ผมต้องซักถามอันดับแรกว่า เค้าโกงมือที่เท่าไร หากเค้าโกงมือแรก โอกาสเป็นการฉ้อโกงสูง แค่สูงน่ะครับ ยังไม่ได้บอกว่าเป็นการฉ้อโกงซะทีเดียว แต่หากเกิดการผิดพลาดจากลูกแชร์ที่ไม่จ่ายเงินวงแชร์ จนท้าวไม่มีจ่าย อันนี้เป็นความผิดทางแพ่ง เพราะท้าวแชร์ไม่มีเจตนาโกง หากแต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะลูกแชร์ไม่จ่ายเงิน

หากผมเป็นทนายความ ในกรณีแรกคือท้าวแชร์ตั้งใจโกง ผมก็จะฟ้องอาญาไป

แต่หากท้าวไม่โกง ผมก็ฟ้องท้าวอยู่ดี เนื่องจากท้าวต้องร่วมรับผิดก่อน แต่เป็นการฟ้องในทางแพ่ง

ต่อไป ฟ้องแพ่งคืออะไร

อธิบายย่อๆว่า การฟ้องร้องทางแพ่งนั้นคือ การที่เราฟ้องอีกฝ่ายโดนเรียกเอาเงิน ค่าเสียหาย หรืองดเว้นกระทำการ หรือให้กระทำการใด (ตามสัญญา)  โดยสภาพบังคับจะบังคับให้ส่งมอบทรัพย์สิน หรือกระทำการเกี่ยวกับทรัพย์สินเป็นหลัก ต่างกับฟ้องอาญา ที่ต้องการให้อีกฝ่ายได้รับโทษ  จำคุก เป็นหลัก โดยเรื่องทรัพย์สินจะไม่สามารถขอได้ในการฟ้องอาญา (เว้นแต่มีเรื่องแพ่งร่วมด้วย)

ฉะนั้นหลายๆครั้งที่ตำรวจบอกว่า ให้ไปฟ้องแพ่งเอานั้น บางที (ย้ำว่าแค่บางที) ก็ถูกเนื่องจากตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ เช่น

ช่างทาสี ไม่ทาสีให้เสร็จ ให้ตำรวจจับเลย เพราะเสียหายที่บ้านไม่เสร็จ อันนี้พี่ตำรวจไม่สามารถทำได้ อย่างดีก็เรียกมาคุย ไม่มาก็บังคับให้มาไม่ได้อีก

หากแต่ช่างสีดันเอาสีเราติดมือไป อันนี้ลักทรัพย์(ใช่นายจ้างหรือเปล่าน้า ลองคิดสิ) อันนี้พอได้ พี่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ เพราะเค้ากระทำผิดฐานลักทรัพย์ แต่เราก็เรียกค่าเสียหายได้แค่ใหน

บอกให้ก็ได้ครับ เรียกค่าเสียหายเฉพาะสี่ที่ไม่ได้คืน ส่วนบ้านที่ไม่เสร็จ ก็ต้องไปฟ้องแพ่งแยก คนละเรื่อง

เมื่อฟ้องแพ่งแล้ว ขึ้นศาลนัดแรกทนายความทำอะไร

วันนี้ขอพูดเรื่อง ที่ท่านมีทนายความทั้งสองฝั่งก่อนน่ะครับ ส่วนท่านที่ไปในฐานะจำเลย โดยไม่มีทนายความไว้ว่ากันวันหลัง เมื่อท่านไปนัดแรก ทนายโจทก์ก็มักจะบอกว่า คดีนี้ตกลงกันได้ใหม เราลดหย่อนได้ใหม เท่าไร คิดไว้เวลาไกล่เกลี่ย

ทนายจำเลย ก็หาช่องสู้ก่อน เนื้่องจาก หากการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ เราต้องสู้คดี เรื่องสู้คดีผมให้อันดัน ๑ ก่อน ต่อไปก็คุยกับจำเลยว่า เรารับไหวที่เท่าไร (หากเราผิดจริง) เพื่อเจรจาในชั้นไกล่เกลี่ยและต่อรองกับโจทก์ ทั้งเรื่องขอลดยอดและอาจจะบอกว่าถ้าสู้คดีจำเลยก็มีโอกาสชนะน่ะ (ขู่ไว้ก่อน)

หากคดีคุยกันได้ ถอยคนละสิบก้าว ก็ตกลงตามนั้น ทำสัญญาประนีประนอม โจทก์รับเงินค่าธรรมเนียมคืน  จำเลยเตรียมตัวเป็นหนี้ จบงานของทนายความทั้งเรื่อง

หากนัดแรกคุยกันไม่ได้ ทนายความทำอะไรต่อ

นัดที่สอง ทนายโจทก์และทนายจำเลย ต้องงัดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายมาวางแนวในการต่อสู้ และการแถลงศาลว่าคดีนี้จะสู้กันยังไง เรียกว่า นัดพร้อม และมีการชีสองสถานคือศาลกำหนดว่า โจทก์จะสืบอะไร จำเลยจะสืบอะไร การชี้สองสถานที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ ย่อมเป็นผลดี (การที่ไม่มีทนายความไปด้วย ท่านอาจเสียสิทธิหากการชี้สองสถานนั้น ท่านเสียเปรียบ)

นัดสืบพยานโจทก์-จำเลย

นัดนี้ ทนายโจทก์และทนายจำเลยจะเอาพยานเข้าสืบ โดยเมื่อทนายฝ่ายท่านถามเสร็จ ทนายอีกฝ่ายจะขึ้นมาถามค้าน ซึ่งทนายแต่ละคนจะมีเทคนิดในการถามค้านไม่เหมือนกัน บางคนอ้อมโลก บางคนถามตรงๆ ประกอบกับวิชามารในการถามค้านนั้น มีอยู่มาก พยานที่ตอบถามค้านต้องมีสติดีดี คำถามใหนไม่แน่ใจ ให้ทวนคำถาม อย่าตอบมั่วเด็ดขาด

นัดสุดท้าย นัดฟังคำพิพากษา

นัดนี้ ทนายฝ่ายโจทก์ หรือฝ่ายจำเลยมักจะไม่ไปเนื่องจากไม่สำคัญเท่าไรนัก นอกเสียจากว่า ทนายฝ่ายนั้นๆ จะรู้ว่าคดีของตนชนะ เช่นมีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใดที่ตนชนะแน่นอน และตรงกับวันว่าง ก็จะไปเพื่อฟังว่าตนได้รับชัย ส่วนฝ่ายแพ้ก็จะไม่ไป (แล้วหากถามว่า รู้ว่าแพ้แล้วสู้ทำใม อันนี้การสู้คดีโดยไม่หวังชนะแต่หวังอย่างอื่น มีมากมายไว้ค่อยว่ากันวันหลัง)

นี้คือหน้าที่ของทนายความแบบคร่าวๆ ในการดำเนินการฟ้องแพ่ง รายละเอียดปลีกย่อมย่อมอยู่กับคดีแต่ละคดีไป ทั้งนี้ขอให้ท่านเข้ามาปรึกษาเรา เราจะแจ้งรายละเอียดให้ท่านทราบในเรื่องของท่านได้ชัดเจน

ติดดต่อทนายความ โทร 0802767555

 

 

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *