ทนายความ

ทนายความ

ทนายคิว

ทนายความ

                ทนายความ ประจำเว็บที่ให้คำปรึกษากฎหมาย ประจำเว็บไซค์

ทนายคิว คือ ทนายความ ผู้ให้คำปรึกษากฎหมายประจำเว็บ ซึ่งได้ดำเนินการในการให้คำปรึกษามานานกว่า 8 ปี โดยได้ให้คำปรึกษากฎหมายไปแล้วแก่บุคคลทั่วไปเป็นจำนวนมาก โดยในเบื้องต้นยังไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย แต่หากเป็นกรณีที่ต้องการและมีความจำเป็นในการจ้างทนายความ  ทางเว็บก็มีความยินดีในการจัดหาทนายความ เพื่อเข้าดำเนินดีแทน ตั้งทนายความเพื่อว่าต่าง แก้ต่างในทุกคดีความ

                 ผมขอแสดงความเห็นส่วนตัว กับคำว่า ทนายความ

คำว่าทนายความ ตามความเห็นของผม ตรงนี้บอกก่อนว่าเป็นการตอบตามเข้าใจของผมเอง จากการว่าความมาสักระยะหนึ่ง และเป็นการนำประสบการณ์ในการพบเจอทนายความรุ่นพี่หลายๆ คนมาประมวลผลเพื่อบอกกล่าวแก่ประชาชนทั่วไปในการเลือกทนายความครับ

                ความหมายต่างๆ ของคำว่าทนายความ

ทนายความ หมายความว่า ผู้ที่สภาทนายความได้รับจดทะเบียนและออกใบอนุญาตให้เป็นทนายความ ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 4

ทนายความ แปลว่า หมอความ

แปลว่า ผู้ที่ได้รับให้ว่าความแทนคู่ความในศาล

แปลว่า ผู้รับใช้ ผู้แทนนาย

แปลว่า คนของนาย, ผู้ว่าความแทน

ส่วนนี้ คือคำแปลจากที่ต่างๆ เช่น พจนานุกรม

                 ทนายความ คืออะไร  ทำหน้าที่แบบไหน

ตามที่เกริ่นมาแล้วข้างต้น ทนายความ โดยความหมายส่วนใหญ่คือ ผู้ว่าความแทน กฎหมายให้อำนาจทนายความแค่ ว่าความแทน เท่านั้น ใครที่คิดว่าทนายเก่ง ทนายยอดเยี่ยม อันนี้เป็นเพราะทนายความได้รับความร่วมมือจากลูกความเอง มิใช่เพราะทนายแสวงหาข้อมูลมาหักล้างฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น อันนี้เป็นเรื่องรอง เรื่องหลักทนายต้องรับข้อมูลจากลูกความมาให้ครบถ้วนเสียก่อน ตามที่ผมเคยบอกว่า ข้อแนะในการขอปรึกษาทนายความ นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากลูกความหลอกทนายเองเสียแล้ว ต่อให้ยอดทนายขนาดไหน ก็ยากที่จะทำตามที่ลูกความต้องการ หรือหลอกได้ และต้องให้คำปรึกษาแก่ลูกความโดยความเที่ยงตรง หลายๆ ครั้งที่เราเห็นว่าทนายความหลายๆ ท่าน ให้คำปรึกษาแก่ลูกความโดยยึดถือแค่ความรู้สึกส่วนตัว เป็นเหตุให้ลูกความของทนายท่านนั้น ได้รับความเสียหายหลายๆ ครั้ง

                   โดยหลักที่ผมใช้คิดและทำคือ

อันดับแรก คิดว่า ทนายความแบบผมจะช่วยเหลือลูกความได้อย่างไร โดยให้ลูกความได้รับประโยชน์ในคดีมากที่สุดและเป็นประโยชน์แก่ลูกความมากที่สุด ซึ่งโดยหลักแล้ว ทนายความควรจะทำคดีโดยให้เกิดประโยชน์แก่ลูกความมากที่สุด หากลูกความกระทำความผิดมา ประโยชน์สูงสุดของลูกความไม่ใช่การต่อสู้คดี แต่เป็นการบรรเทาผลร้ายในคดีเสียมากกว่า

อันดับต่อมา คงเป็นเรื่องที่หลายๆคนสงสัย “ค่าจ้างทนายความ” เรียกเท่าไร อย่างไร

ตรงนี้ไม่มีหลักตายตัวในการเรียกครับ แล้วแต่ตกลงกันผมเรียกน้อยอีกท่านเรียกเยอะ ผมเรียกเยอะ อีกท่านเรียกน้อย อันนี้แล้วแต่ความสมัครใจจ่ายครับ ไม่มีหลักตายตัว

               ทนายความใช้ทักษะอะไรบ้าง ในการให้คำปรึกษา

เริ่มจากก่อนจะเป็นทนายความนั้น ส่วนมากต้องมีใจรักมาก่อน เพราะเข้าใจกันไปเองว่า การเรียนกฎหมาย (คณะนิติศาสตร์) จะต้องอ่านเยอะ ท่องจำเยอะ แต่ผมขอชี้แจ้งแบบส่วนความคิดว่า การเรียนกฎหมายนั้น แท้จริงแล้ว ผู้เรียนกฎหมายต้องเขียนตอบ และต้องเขียนตอบให้เข้าใจง่ายชนิดที่สอนกันมาว่า ต้องเขียนให้คนที่ไม่เข้าใจกฎหมายอ่านแล้วเข้สใจ ซึ่งนั้นคือจุดประสงค์แท้จริงของการเรียนและการสอบ  เมื่อจบนิติศาสตร์แล้วก็มาสอบใบอนุญาตทนายความ โดยมีเงื่อนไขประกอบการสอบอยู่ 2 แบบ คือ

1 สอบผ่านภาคทฤษฎี ฝึกงานกฎหมาย 6 เดือน แล้วสอบภาคปฏิบัติ หรือ

2 ฝึกงานให้ครบ 1 ปี แล้วสอบใบอนุญาติ

                     ซึ่งผู้จะสอบทนายความส่วนใหญ่จะลงทั้งสองแบบ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสอบผ่าน

แต่แท้จริงแล้ว ทนายความผู้ที่มีประสบการณ์ในข้อกฎหมายเรื่องหนึ่ง อาจจะไม่มีความรู้ในอีกเรื่องหนึ่งก็ได้  เช่น
ทนายความที่เคยเป็นพ่อค้ามาก่อน ย่อมสามารถให้ความปรึกษากฎหมายในเรื่องเกี่ยวกับการซื้อขาย การลงทุน การพิจารณาคู่สัญญาได้ดีกว่า ทนายที่ไม่มีความรู้ด้านการซื้อขาย แม้ว่าจะเป็นข้อกหมายเดียวกันแต่ความเห็นของทนายอาจต่างกัน

ดังนั้น ทนายความที่สามารถให้คำปรึกษาได้ดีมากที่สุด  คือทนายความที่มีความรู้มากกว่าข้อกฎมาย แต่ต้องรู้ข้อเท็จของคดี จุดประสงค์ของคดีมากที่สุด มิใช่เพียวแค่ข้อกฎมายอย่างเดี๋ยว (ขนาดศาล 3 ศาล บางทียังพิพากษาไม่เหมือนกัน)

ก่อนที่ท่านจะรับคำปรึกษาทางคดี ท่านควรพิจารณาว่า ทนายความมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องข้อเท็จจริงดีอย่างไร หากรู้ข้อเท็จจริงชัด การให้คำปรึกษาข้อกฎหมาย ก็ชัดเจนขึ้นตามไปด้วย

                     แล้วคำที่กล่าวถึงอาชีพทนายด้านต่างๆหล่ะ

เคยเห็นหลายๆ ครั้งที่ คนบอกว่า ทนายหัวหมอ ใช้ครับ เพราะทนายเป็นหมอความ เรื่องหัวหมอเป็นเรื่องธรรมดา แต่คำว่าหัวหมอนี้ ขอขยายนิดหนึ่งว่า หมอมีหน้าที่อะไร ใช่ครับมีหน้าที่ช่วยเหลือคน ไม่มีหมอคนไหนมีหน้าที่ฆ่าคน ดังนั้น เมื่อทนายความเป็นหมอความ ก็ย่อมมีหน้าที่จะช่วยเหลือลูกความในเรื่องคดี มิใช่หัวหมอประเภทเอาเปรียบ หากเจอทนายเอาเปรียบ ปิดบังลูกความ ให้อยู่ห่างๆ ไว้ โดยเฉพาะคำที่ว่า เป็นหน้าที่ของทนายลูกความไม่ต้องรู้ กับ เป็นภาษากฎหมาย คุณไม่เข้าใจหรอก ทนายพวกนี้ อยู่ห่างๆไว้ เพราะเรื่องทุกเรื่องที่ทนายทำ ทำแทนตัวความเรื่องทุกเรื่องตัวความต้องรู้ ไม่รู้ไม่ได้ และภาษากฎหมายไม่ใช่เรื่องยาก ทนายที่เก่งจริงคือ ทนายที่อธิบายกฎหมายเป็นเรื่องง่ายๆ ได้ครับ ทนายประเภทนี้ เฮียชูไม่ได้กล่าวไว้ใน ประเภท ทนายความ ของเฮียชู เนื่องจากเฮียชู อาจจะไม่เคยสัมผัส ทนายประเภทนี้ครับ ผมก็เห็นว่า ทนายประเภทนี้มีน้อย คนส่วนใหญ่คิดว่าทนายเก่งๆ ดูอย่างไร อันนี้แล้วแต่ท่านจะเจอทนายอะไร บ้างคนเก่งเฉพาะเรื่อง อีกเรื่องไม่เก่ง ตัวอย่างง่ายๆ จะให้ทนายเมื่อ 30 ปีที่แล้ว มาสืบถึง การขโมยข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ อันนี้ ก็ยากหน่อย แต่หากสืบคดี ลักทรัพย์ ยาเสพติด อันนี้ทำประจำ ก็ดูง่าย หรือหากมีวิชาชีพอื่นติดมาแล้วตรงกับคดีที่ทำ เช่น เป็นทั้งวิศวกรและทนาย ย่อมได้เปรียบเวลาสู้คดีเกี่ยวกับก่อสร้าง มากกว่าทนายที่ไม่มีวิชาชีพวิศวกรติดมาด้วย

                     การเลือก ทนายความ

ตามต้นเรื่อง ทนายความที่ดี เก่ง มี ทนายไม่ดี มี ลองอ่านบทความผมแล้วเอาไปประมวลดูครับ แต่ผมขอคิดง่ายๆ ตามนี้ครับ

  1. เมื่อคุยกับเราแล้ว เข้าใจเนื้อหาแห่งคดีได้ทะลุ อันนี้ถือเป็นหัวใจหลัก เพราะว่า หากทนายไม่รู้เรื่องเราทะลุ ต่อให้เก่งแค่ใหน ก็อาจจะพลาดได้
  2. รู้จุดอ่อนจุดแข็งแห่งคดี เวลาให้คำปรึกษา สามารถแนะนำได้ว่า จุดอ่อนจุดแข็งของคดีท่านคืออะไร ไม่ใช่ตามน้ำ ตามใจศาล ตามใจอัยการ ถ้าบอกว่าเป็นดุลพินิจศาลทุกเรื่อง ก็ไม่ต้องจ้างทนายกันพอดี
  3. ซื่อตรง อันนี้ไม่ต้องอธิบายมาก เป็นทนายต้องตรงกับลูกความ 100 คือ 100, 50 คือ 50 ถ้ามาเดี๋ยวเบิกๆ เดี๋ยวขอๆ ให้อยู่ห่างๆ ไว้ครับ
  4. หล่อ หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องจำเป็น
  5. ตอบสั้นๆ รู้เรื่อง หมายถึง เวลาคุยอะไร ต้องสั้นๆ เข้าใจง่าย แต่หากเขียนสำนวนก็อีกเรื่อง หากตอบคำถามอ้อมโลก ย้อนไปมา เวียนหัวครับ
  6. เขียนสำนวนสวย หมายถึงข้อความในสำนวน สละ สลวย ไม่รก อ่านแล้วเข้าใจ แต่อาจจะยากหน่อยสำหรับคนที่ไม่เคยเห็นสำนวน หรือไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว
  7. อ่อนนอก แข็งใน ใจสู้
    อันนี้เป็นหลักเลือกทนายที่ผมคิดว่าเหมาะครับ ส่วนใครจะคัดสรรยังไง แล้วแต่ดุลพินิจของท่าน ไม่มีใครก้าวล่วงได้ สรุปคือ ทนายมีหน้าที่ทำแทนคู่ความ ทนายคุยใหญ่คุยโตให้ระวัง ใหญ่จริงโตจริงหรือเปล่าไม่รู้

                   หรือใครจะเอา แบบอย่างทนายของเฮียชู ผลเอามาลงให้ครับ

พอดีเข้าดูรายการตีแสกหน้า แล้วพบว่าเอียชูเค้าแบ่งประเภททนายความตามที่เค้าเจอมา เลยลองเอามาพิมพ์คร่าวๆ ได้ตามนี้

1.ทนายสายวิชาการ

ได้แก่ทนายทั่วไปที่มาให้ความรู้ แต่เฮียเค้าบอกว่า ไม่เคยขึ้นศาล อันนี้ไม่รู้จริงใหม ใครรู้ใครเคยเจอ บอกกันบ้างน่ะครับ ผมไม่ค่อยได้เจอ เพราะผมเจอทนายแต่ในศาล พวกสายวิชาการ ได้แค่ถามๆ แล้วเอามาทำเอง

2.ทนายสายโจร

เอากฎหมายมาช่วยบิดเบื้อนผู้กระทำความผิด หรือโกง(เด็กพิพการ) ยังทำได้ สมรู้กับฝ่ายตรงข้ามล้มคดี อันนี้ก็มี

3.ทนายวิ่ง

รับวิ่งเคลียคดี ประสานผู้ใหญ่ ล้มคดี แนะนำครับใครเจอทนายแบบนี้ ให้อยู่ห่างๆไว้ อย่าเข้าไกล้

4.ทนายอาสา

เฮียเค้าว่า ทนายอาสา ไม่เก่ง ตามประสบการในคุกของเฮียเค้า ว่ากันแบบนี้ ใครสนใจจะใช้บริการ ก็ดูดีดีครับ อาจจะเป็นอย่างเฮียเค้าว่าก็ได้ เคยเจอเหมือนกัน บ้างคนอายุบัตรทนายเยอะ แต่อายุการทำงานจริงๆ น้อย

5.ทนายหน้าเลือด

อันนี้ไม่ต้องอธิบาย คงเข้าใจกัน (แต่ทนายเว็บนี้ ไม่หน้าเลือด เน้นหน้าตาดี(ช่างกล้า))

6.ทนายอวดเบ่ง

ทนายพวกนี้ ใช้ความรู้ทางกฎหมายมาเอาประโยชน์ โม้  ต้องระวังดีดี พูดจังคดีชนะ สบาย ส่วนใหญ่แพ้ (ชอบจังเอาแต่เรื่องชนะมาพูด เรื่องแพ้ไม่เคยเล่า)

7.ทนายส่งเอกสาร

ทนายเพิ่งเริ่มหัดทำงาน เริ่มจากส่งเอกสารก่อน

8.ทนาย มาดดี

ทนายแต่งตัวดี เป็นทางการมาก หนังสือเยอะ แต่ไม่รู้เรื่อง

9.ทนาย จับฉ่าย

ว่าความเยอะ(ในคดีเล็ก) ไม่รู้เรื่อง ลืมวันเวลา เนื้อเรื่องคดี

10.ทนายฝรั่ง

มาครอบทนายไทย ทนายฟรั่งแพง

11.ทนายชาวบ้าน

รับคดี 3000-5000 รับคดีมาแล้วก็หาย

12.ทนายที่ดี

1.มีความจำที่ดี

2.ไหวพริบดีอ (ไม่ใช่ตามอักษรเป๊ะๆ)

3.มรรยาทที่ดี ต่อตัวความ สังคม ไม่แย่งคดีระหว่างทนายด้วยกัน

4.ไม่ยุยงส่งเสริมให้ฟ้องร้องคดี

5.ไม่รับสินบน วิ่งคดี บล็อคพยาน

6.ฯลฯ

(รายการชูวิชย์ตีแสกหน้า 4 กค.60)

                        การเลือกทนายความ

ท่านทีต้องการทนายความ ต้องทำการพูดคุยกับทนายความท่านนั้นก่อนว่า ทัศนะคติต่อคดีเป็นเช่นไร  และท่านสามารถฟังความคิดเห็นของทนายความท่านนั้น ก่อนที่จะทำการว่าจ้างได้ (ทุกวันนี้น่าจะหมดยุดของจ้างแล้วถึงให้คำปรึกษา)  แม้ว่าผู้ใดก็สามารถที่จำให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมาย เช่น ตำรวจ อัยการ ผู้ให้คำปรึกษาและให้บริการทางกฎหมายอื่นๆ  แต่การจ้างปรึกษาทนายความกลับมีความจำเป็นมากกว่า เนื่องจาก บุคคลทั่วไปที่มิใช่ทนายความ มักจะถนัดในสายอาชีพของตน เช่น ตำรวจ พนักงานอัยการ จะถนัดทางคดีอาญามากกว่าแพ่ง และมองทางที่จะเอาจำเลยเข้าเรือนจำเป็นหลัก ต่างกับทนายความ ที่จะมองรอบด้านและให้คำปรึกษาที่ครบถ้วนมากกว่า  และสาเหตุที่สำคัญสุดคือ ทนายความจะรักษาผลประโยชน์ของลูกความตัวเองมากที่สุด อันเป็นประโยชน์ของลูกความอย่างที่สุด จริงๆ (ทนายความ แบบที่เฮียชูคิด)

                 ผู้ที่ต้องการจ้างทนายความ

ผู้ใดได้รับความเดือนร้อน สามารถจ้างทนายความได้ หรือแม้แต้บุคคลที่จะดำเนินการอย่างใดๆ แม้จะมองเป็นเรื่องเล็กน้อย ท่านก็สามารถจ้างทนายความ หรือปรึกษาเบื้องต้นได้ ยกตัวอย่างเช่น ท่านจะทำการลงทุนใน แชร์ หากท่านโทรถามทนายความเสียก่อน ทนายความร้อยทั้งร้อยจะแนะนำว่า ไม่ให้เล่นแชร์ เด็ดขาด เนื่องจากไม่มีแชร์ใด ที่จะให้ผลตอบแทนที่มากมายจนน่าตกใจ  เช่น ร้อยละ 10 ต่อเดือน ก็ถือว่ามากแล้ว

เมื่อท่านไม่ได้สอบถามทนายความก่อน ท่านก็ไปดำเนินการลงทุน และแม้ว่าต่อมาท่านจะทราบว่าท่านถูกหลอก แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เงินของท่านหลุดไปแล้ว การจะเรียกเงินกลับมานั้น ช่างยากเย็นและโอกาสที่จะได้เงินคืนก็ยาก เพราะเค้าเตรียมคัวจะมาหลอก การเงินของเค้าย่อมถูกโยกย้ายไปก่อนแล้ว

              ทนายความทำงานที่ใดได้บ้าง

ปัจจุบัน เนื่องจากสถานการณ์ติดต่อโรคระบาดร้ายแรง โควิด 19 ศาลทุกแห่งทำการพิจารณาออนไลน์ทุกศาล ดังนั้นทนายความต้องเตรียมการเพื่อดำเนินการพิจารณาออนไลน์ คือ สามารถที่จะดำเนินการได้ที่ ที่ทำการหรือออฟฟิต ของทนายความ หรือบ้านของผู้ว่าจ้างได้แล้ว อันแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ว่าการดำเนินการของทนายความในการพิจารณาคดี ในปัจจุบัน มิใช่เพียงแค่ต้องเดินทางไปศาลแล้ว แต่ท่านและทนายความสามารถดำเนินคดีได้แม้อยู่ที่บ้าน (เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 ) ทั้งนั้นคดีที่ต้องสืบพยานทั้งสองฝ่าย ก็ยังคงต้องดำเนินการในห้องพิจารณาคดีของศาลอยู่

แต่ทั้งนี้ งานของทนายความส่วนใหญ่ ก็ยังคงต้องมีการเตรียมจากการอ่านตัวบทก็หมาย อ่านสำนวน หรืออ่านข้อเท็จจริงจากในคดี แล้วถึงนำทุกอย่างมารวมกันประมวลผลข้อเท็จจริงให้เข้ากับข้อกฎหมาย และหาทางที่จะเป็นไปได้มากที่สุด ทาหางออกของลูกความมากที่สุด แล้วจึงแนะนำลูกความถึงความเป็นไปได้มากที่สุด หรือโอกาสทุกทางในการดำเนินคดีทุกแนว จุดปลายทางของคดีจะเป็นเช่นไร หากสู้แล้วมีโอกาสชนะก็สู้คดี แต่ถ้าสู้ยังไงก็แพ้ ก็จะแนะนำให้รับสารภาพไป อยู่ที่ว่าจุดใดจะเป็นประโยชน์ของลูกความมากที่สุด ก็ยังคงต้องทำงาน ณ สำนักงานทนายความอยู่

                ทนายความสามารถดำเนินงานกับหน่วยงานใดได้บ้าง

อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เนื่องจากทนายความเป็นอาชีพที่ต้องดำเนินการแทนผู้ว่าจ้าง ดังนั้นหากผู้ว่าจ้างประกอบอาชีพอะไร หรือต้องประสานงานกับหน่วยงานใด ทนายความก็สามารถที่จะเข้าไปดำเนินการในฐานะตัวแทน ฐานะที่ปรึกษา ฐานะทนายความได้ทั้งสิ้น เช่น หากผู้ว่าจ้างเป็นบริษัท ทนายความก็ย่อมสามารถเป็นที่ปรึกษาของบริษัท เพื่อดูแลเรื่องสัญญาต่างๆ เรื่องความน่าเชื่อถือของผู้ที่จะเข้าทำสัญญาด้วย หรือป้องกันการหลอกลวงในการร่วมลงทุนได้

หากลูกความมีความเดือนร้อนเกี่ยวกับอรรถคดี ย่อมต้องติดต่อเจ้าพนักงานตำรวจนับแต่ชั้นจับกุม เพื่อเตรียมการให้ปากคำต่อเจ้าพนักงานตำรวจชั้นจับกุม พนักงานสอบสวนต้องมีทนายความเพื่อร่วมสอบปากคำและแจ้งแก่ลูกความว่า คำใดควรแจ้ง คำใดไม่ควรแจ้ง  จนถึงชั้นพนักงานอัยการ ศาล ทนายความก็ย่อมเป็นตัวแทนในการให้คำปรึกษาและดำเนินคดียื่นพยานหลักฐาน ซักข้อเท็จจริงของฝ่ายตรงข้ามว่า ถูกต้องหรือไม่อย่างไร เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกิดขึ้นในชั้นศาล

หากคดีใดที่สามารถตกลงกันได้ในชั้นพนักงานตำรวจ หากเป็นไปได้เพื่อประโยชน์ของลูกความ ทนายความก็มักจะหาทางออกในชั้นตำรวจมากกว่าดึงดันไปจนถึงชั้นศาล

ซึ่งอาชีพที่ทนายความต้องเกี่ยวพันแม้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องกฎหมายก็ตาม แต่แท้จริงแล้วอาชีพทุกอาชีพล้วนต้องให้กฎหมาย ดังนั้นทุกอาชีพ ทุกสาขาวิชา ล้วนต้องประสานงานกับทนายความทั้งสิ้น เช่น คนขับรถเมล์ พนักงานทั่วไป ย่อมต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน กรมแรงงาน อาชีพกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์ แพทย์ต้องระวังในเรื่องการแจ้งข้อความจริงแก่ผู้ป่วย เพื่อป้องกันการฟ้องร้องในเรื่องละเมิด หากมีความผิดพลาดในการรักษา  ดังนั้น ทนายความควรจะเป็นที่ปรึกษาแก่ทุกอาชีพและทุกอาชีพควรมีทนายความไว้เป็นที่ปรึกษา ไม่เว้นแม้แต่คนขายก๋วยเตี๋ยวที่ต้องมีทนายความเพื่อบางทีร้านอาจถูกฟ้องเนื่องจากวัตถุดิบในการทำอาหารก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ เป็นต้น

                     ผลของการรับคำปรึกษาทนายความ

ทนายความส่วนใหญ่ ที่ให้คำปรึกษานั้น มักจะให้คำปรึกษาในเรื่องข้อกฎหมายเป็นหลัก ซึ่งในการให้คำปรึกษาแบบลึกๆ ดูข้อเท็จจริงประกอบด้วย   ดังนั้นการให้คำปรึกษาส่วนใหญ่มักจะได้ผลลัพธ์ที่คล้ายกันในเรื่องข้อกฎหมาย

ทนายความจะให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อลูกความมากที่สุด การขอรับคำปรึกษาควรจะบอกข้อเท็จจริงแก่ทนายความทั้งหมด ไม่ต้องปกปิด (ทั้งนี้ ต้องไว้ใจในทนายท่านนั้นในระดับหนึ่ง หากไม่ไว้ใจไม่ควรบอก) เมื่อทนายได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน การให้คำปรึกษากฎหมายก็จะชัดเจน มีคุณภาพ

การนำคำปรึกษาที่มีคุณภาพไปดำเนินการ ย่อมเกิดผลดีต่อรูปคดีของผู้เข้าขอรับคำปรึกษากฎหมายมากที่สุด

                     ค่าจ้างทนายความ

ทนายความของเว็บนี้ จะขอแจ้งค่าว่าจ้างทนายความ ตามความยากง่ายของคดี ครับ ดังนั้น หากท่านจะจ้างทนายความ  เราขอสักถามข้อเท็จจริงก่อนว่าคดีของท่านสามารถที่จะเป็นไปตามที่เราคิดไว้หรือไม่ ในคดีอาญา หากคดีที่โอภาสชนะ ค่าว่าจ้างก็จะสูงกว่าคดีที่ต้องรับสารภาพเพื่อให้ศาลลดโทษให้ ในคดีแพ่งหากอีกฝ่ายมีทรัพย์สินให้บังคับคดีได้ ค่าทนายก็จะแพงกว่า อีกฝ่ายไม่มีทรัพย์สินให้ยึดเป็นต้น แต่ส่วนมากจะมีค่าบริการเริมต้นที่ 10,000 บาท คดีบัตรเครดิตที่ขาดอายุความเป็นต้น

                         ทนายความต้องมีใจรัก….

ต้องมีใจรักการอ่าน

ต้องมีใจรักการค้นความความรู้ในทุกเรื่องที่ต้องทำคดี ไม่ฟังเฉพาะลูกความ

ต้องมีใจรักการเรียนรู้ประสบการณ์จากรุ่นพี่ ทนายท่านอื่นโดยไม่ถือตนว่ารู้แล้ว

ต้องมีใจรัก ความนิ่งเฉย ทั้งนี้ความนิ่งเฉยย่อมทำให้อีกฝ่ายคาดเดาไม่ได้

ต้องมีใจรัก  ความถูกต้อง

ต้องมีใจรัก เวลา เนืองจากในการทำงานทนายความ เวลาเป็นสิ่งสำคัญการลืมวันนัด และเวลา อาจทำให้ลูกความเสียหายถึงขั้นจำคุกได้

ทั้งนี้เมื่อท่านเป็นทนายความแล้ว ไม่ควรหยุดนิ่ง ควรเรียนรู้ตลอดชีวิต

                     สรุป สุดท้าย ที่ทนายคิวอยากจะแนะนำ

เนื่องด้วยทนายความที่ปรากฏตัวในสังคมไทย มีมากหลายประเภท ดังนั้นหากท่านต้องการทนายความจริงๆ ควรทราบประวัติทนายความท่านนั้นบ้าง หากเป็นเรื่องทั่วไป ก็ไม่ต้องเลือกทนายมาก เช่น คดียืม บัตรเครดิต เช่าชื้อ หรือคดีที่มีทุนทรัพย์น้อย หรือคดีอาญาที่ยอมความได้และท่านต้องการให้การรับใช้หนี้ อันนี้ทนายท่านใดๆ แม้ทนายใหม่ๆ ก็ทำได้ แต่หากเป็นคดีทุนทรัพย์สูง คดีอาญาต้องระวางโทษสูง อันนี้ก็ดูทนายด้วยว่า เค้าจริงใจกับท่านไหม บอกความจริงหมดหรือเปล่า ประวัติเป็นอย่างไร ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของท่านเอง สำหรับท่านที่ต้องการทนายฟรี คงต้องติดต่อสภาทนายความนะครับ เพราะทนายทุกคนไม่ได้รับทำคดีฟรี (ปรึกษาฟรีพอได้อยู่)

บทความที่เกี่ยวข้อง

พรบ. มรรยามทนายความ

ทนายฟรี

ทนายอาสา

ปรึกษาทนายความ โทร 0802767555

  1. เบื้องต้นยินดีให้คำปรึกษาฟรีครับ

  2. เวลาจะปรึกษา ห้ามโกหก ห้ามสมมติ  ตอบเฉพาะเรื่องจริง

คลิ๊กที่นี้ แอดไลน์เพื่อปรึกษาครับ

1000623

Facebook Comments Box